กานพลู สมุนไพรให้กลิ่นหอม แต่ได้ประโยชน์มากกว่าความหอม

กานพลู สมุนไพรให้กลิ่นหอม แต่ได้ประโยชน์มากกว่าความหอม

สมุนไพรไทยที่มีกลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์ ต้องนึกถึง กานพลู กลิ่นหอมที่นิยมใช้เป็นเครื่องเทศ ในการประกอบอาหาร และมีการดัดแปลงเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆอย่างมากมาย กานพลูเป็นสมุนไพรที่เชื่อว่ายังมีคนบางกลุ่มที่ไม่เคยรู้จัก

ในบทความนี้เรามาทำความรู้จักรายละเอียดต่างๆ และประโยชน์ของ กานพลู มีดังนี้

กานพลูมีลักษณะอย่างไร

ต้นกานพลูเป็นไม้ยืนต้น  มีความสูง 5-10 เมตร ลำต้นตั้งตรง มีต่อมน้ำมันมาก ลำต้นมีสีน้ำตาลอ่อน ใบกานพลูเป็นใบเดี่ยว ยาว1-3 เซนติเมตรเป็นรูปไข่ ปลายใบแหลม มีเส้นใยจำนวนมาก ดอกกานพลูออกดอกเป็นช่อสั้นๆ มีสีเขียวอมเหลืองและมีสีแดงประปราย กลีบดอกเป็นรูปสามเหลี่ยม  ผลของการกานพลูเป็นผลเดี่ยวรูปไข่กลับแกมรูปรี เมื่อผลแก่จะมีสีแดงเข้ม

ความเป็นมาของกานพลูในประเทศไทย

ต้นกานพลูในประเทศไทยมีการปลูกไม่มาก บางเฉพาะท้องถิ่น  กานพลูถูกใช้เป็นเครื่องเทศ  เป็นสมุนไพรที่ทีความต้องการสูง จึงทำให้ในประเทศไทยมีไม่เพียงพอ จึงต้องมีการนำเข้ามาจากต่างประเทศ  มีการนำเข้าจากประเทศอินโดนีเซียเป็นหลัก  ประเทศอื่นๆมีน้อย ส่วนมากคนในทวีปเอเชียใช้กานพลูเป็นยาสมุนไพรรักษาโรค แต่ในทวีปตะวันตกใช้กานพลูในการแต่งกลิ่นอาหารและใช้เป็นส่วนประกอบในการทำเครื่องสำอางต่างๆ

สารสำคัญที่มีอยู่ในกานพลู

กานพลูมีสารสำคัญต่างๆ ที่นำมาใช้เป็นสมุนไพร และการรักษาโรคต่างๆดังนี้  มีน้ำมันหอมระเหย ที่ระเหยง่าย  มีสารชื่อ ยูจีนอล เป็นองค์ประกอบหลัก เป็นสารสำคัญที่ใช้ในทันตกรรม บรรเทาอาการปวดฟัน  กานพลูยังมีสารสำคัญ เช่น แคลเซียม ฟอสฟอรัส  แล้วยังมีสารอื่นๆอีกมากมาย  ที่ดีต่อสุขภาพจึงเป็นยาสมุนไพรที่นำมาใช้กันจนถึงปัจจุบัน

ประโยชน์ของกานพลู

  1. ดอกและผลของกานพลูนำมาใช้เป็นเครื่องเทศในการประกอบอาหารเพื่อให้กลิ่นหอม
  2. ใบการพลูช่วยการเผาผลาญแคลอรี่ ลดความอยากน้ำตาล  สามารถช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด
  3. ใช้นำมันที่กลั่นจากดอกกานพลู  พันปลายสำลีอุดรูที่ปวดฟัน  หรือนำดอกกานพลูมาเคี้ยวแล้วอม บริเวณฟันที่ปวดสามารถบรรเทาอาการปวดได้
  4. ดอกกานพลูช่วยลดกรดในกระเพาะอาหาร
  5. ดอกตูมช่วยรักษาโรคหืดหอบ  แก้อาการท้องเสีย แก้อาการไอ รักษาเลือดออกตามไรฟัน ขับเสมหะ  ขับน้ำคาวปลา  ขับลมในลำไส้
  6. น้ำมันกานพลู ใช้มาแต่งกลิ่นอาหาร แต่งกลิ่นสบู่ แต่งกลิ่นยาสีฟัน
  7. เพิ่มน้ำนมให้กับหญิงให้นมบุตรและบำรุงระบบไหลเวียนของเลือด
  8. ช่วยระงับกลิ่นปาก
  9. ต่อต้านอนุมูลอิสระในร่างกาย
  10. บรรเทาอาการคลื่นไส้อาเจียน หน้ามืด ตาลาย

วิธีการนำกานพลูมาใช้ได้อย่างไรบ้าง

  1. ต้มดอกกานพลูแห้ง 7-8 ดอก ต้มแล้วนำน้ำมาดื่ม  บรรเทาอาการท้องอืดได้  หรือการนำดอกกานพลู 1 ดอก แช่ไว้ในน้ำร้อนที่ใช้ผสมนมให้ทารกดื่ม  ป้องกันอาการท้องอืดท้องเฟ้อของทารกได้
  2. ทำน้ำกานพลูดื่ม การทำน้ำกานพลูดื่มโดยผสมสมุนไพรต่างๆลงไปด้วยเช่น เกลือ หรือมะนาว เมื่อดื่มแล้วทำให้รู้สึกชุ่มคอ สามารถบรรเทาอาการไอ หากจิบตลอดทั้งวัน และทำให้ดีต่อสุขภาพ
  3. นำมาใส่เป็นส่วนประกอบของอาหาร นำกานพลูใส่ลงไปในอาหารจะทำให้รสชาติของอาหารเผ็ดร้อน  เมนูที่นิยมใส่กานพลู เช่น  ขาหมูอบกานพลู  พะโล้แบบปีนัง   ฉู่ฉี่ปลาทับทิม
  4. เคี้ยวกานพลูแก้ปวดฟัน เคี้ยวกานพลูบริเวณที่ปวดฟัน จะบรรเทาอาการปวดฟันได้
  5. ตำกานพลูผสมกับเหล้าขาว นำสำลีชุบแล้วไปอุดบริเวณที่ฟันที่ปวด
  6. อมดอกกานพลู 2-3 ดอกไว้ในปาก ช่วยดับกลิ่นปากและกลิ่นเหล้าได้

ข้อควรระวังในการใช้กานพลู 

น้ำมันกานพลูสมุนไพรสารพัดประโยชน์หากใช้โดยขาดความรู้หรือใช้มากเกินไปอาจเกินอันตรายได้ดังนี้

  1. ดอกกานพลู ไม่ควรใช้ในหญิงที่ตั้งครรภ์  และหญิงให้นมบุตร เพราะมีสารบางอย่างที่จะสะสมในร่างกายจะส่งผลให้เป็นอันตรายต่อเด็กทารก
  2. กานพลูมีสารที่ออกฤทธิ์ในการต้านเกล็ดเลือด ทำให้เกร็ดเลือดแข็งตัว ระวังการใช้ร่วมกับสมุนไพรที่ทำให้เกล็ดเลือดต่ำ
  3. หากนำกานพลูมาเคี้ยวเป็นประจำติดต่อกันนานเกินไป จะทำให้เกิดอาการระคายเคืองต่อเหงือก และระคายเคืองกับเยื่อบุในช่องปาก
  4. น้ำมันกานพลู หากใช้ในปริมาณที่มากจนเกิดไปและใช้ติดต่อกันเป็นเวลานาน  จะทำให้เกิดการระคายเคืองต่อผิวหนัง

กานพลู สมุนไพรที่มีจุดเด่นในเรื่อง ของการให้ความหอม  แถมยังสามารถรักษากลิ่นปากและอาการปวดฟันได้ดี จึงเป็นสมุนไพรที่ให้ประโยชน์ได้อย่างคุ้มค่ากับการรักษาอาการต่างๆดังที่ได้กล่าวมา

Leave a Reply