You are currently viewing กระวาน สมุนไพรลูกเล็ก แต่กังวานไกลทั่วโลก

กระวาน สมุนไพรลูกเล็ก แต่กังวานไกลทั่วโลก

ถ้าพูดถึงอันดับอาหารไทยที่โด่งดังไกลไปทั่วโลกของไทยคงหนีไม่พ้น ต้มยำกุ้ง ส้มตำ แต่เมื่อเร็วๆสำนักข่าวซีเอ็นเอ็น ได้มีการจัดอันดับสุดยอดอาหารเด็ด จากทุกมุมโลก ประเทศไทยที่ขึ้นชื่อว่าเป็นครัวของโลกนั้นก็ไม่พลาดที่คว้าอันดับ 1 สุดยอดอาหารเด็ดของโลก นั่นก็คือแกงมัสมั่น ที่เราคุ้นเคยกันตั้งแต่เด็กๆ ถึงขนาดที่ตอนเป็นเด็กทุกคนต้องเคยท่องโคลงกลอน มัสมั่นแกงแก้วตา… แต่จะเป็นมัสมั่นที่มีรสชาติเป็นเอกลักษณ์ไม่ได้เลยถ้าขาดเครื่องเทศอย่าง “กระวาน” คนทั่วโลกสนใจทำแกงมัสมั่น ดังนั้นจึงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่ต้องทำความรู้จักกับกระวาน เช่นเดียวกัน ถ้าเราพิจารณาแล้วเราจะเห็นว่าสามารถใช้ประโยชน์จากทุกส่วนของกระวานเลยทีเดียว เช่น ราก ผล ดอก รวมทั้งการปลูกและดูแลรักษาก็ง่ายแสนง่าย แถมยังเป็นสมุนไพรพืชเศรษฐกิจส่งออกต่างประเทศ นำรายได้เข้าประเทศหลายล้านบาทต่อปี 

มีอะไรใน “กระวาน” 

  • พลังงานต่อ100กรัม 370กิโลแคลอรี่ 
  • ไขมัน 6กรัม 
  • คาร์โบไฮเดรต 70กรัม 
  • โปรตีน 10กรัม 
  • แคลเซียม 15มิลลิกรัม 
  • โพแทสเซียม 20มิลลิกรัม
  • ธาตุเหล็ก 12มิลลิกรัม
  • วิตามินบี1 0.12มิลลิกรัม

สรรพคุณของกระวาน

เราสามารถใช้ประโยชน์จากกระวานได้แทบทุกส่วน เริ่มที่ส่วนแรกก่อนคือ ราก

: นำมาต้ม ใช้รักษาโรคเกี่ยวเหงือกและฟัน นอกจากนั้นยังช่วยในผู้หญิงที่ประจำเดือนมาไม่ปกติ ช่วยปรับสมดุลเลือดลม ใช้ดีท็อกซ์ร่างกาย และละลายเสมหะในผู้ที่มีอาการไอ 

หัวและหน่อ: 

นำมาจิ้มกับน้ำพริก จะกินสดๆหรือลวกก็ได้ หรือนำมาผัดกับพริกแกงเผ็ดก็ขึ้นชื่ออยู่ นอกจากนี้ยังสมารถช่วยเป็นยาถ่ายพยาธิด้วย และหัวใช้ฝนทาแก้งูสวัดได้ 

เปลือก : 

นำมาต้มสามารถลดไข้ ช่วยให้เจริญอาหาร ทำให้เลือดไหลเวียนดี บำรุงธาตุในร่างกายรักษาโรคผิวหนังกลาก เกลื้อน ขับเสมหะ 

แก่น: 

ใช้รักษาอาการเลือดเป็นพิษ โดยการขับพิษออกจากร่างกาย 

ใบ : 

รักษาอาการของโรคทางเดินอาหาร เช่น แน่นท้อง ช่วยขับลม อาหารไม่ย่อย จุกเสียด ท้องเฟ้อ บำรุงร่างกาย ช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวไวจากการเป็นไข้ไม่สบาย,ร่างกายอ่อนแอ และรักษาอาการโรครำมะนาด ใช้รักษาโรคลมสันนิบาต บำรุงกำลัง 

กระพี้ : 

รักษาโรคผิวหนัง และบำรุงเลือดลม ทำให้มีกำลัง 

เมล็ด : 

รักษาอาการโรคทางเดินอาหาร เช่น อาหารไม่ย่อย ท้องอืด ลมในกระเพาะเยอะ ท้องผูกหรือโบราณเรียกว่าอุจจาระพิการ เมล็ดจะใช้แก้ธาตุพิการได้ รวมถึงช่วยปรับลำไส้ลดอาการคลื่นไส้อาเจียน 

เหง้า:

นำเอาเหง้าของกระวานมาอบให้แห้ง สามารถช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรียบางชนิดอย่าง เช่น สแตฟิโลค็อกคัส ออเรียส (Staphylococcus aureus) อีโคไล (E.coli) ที่ทำให้เราท้องเสีย ถ่ายท้อง และเชื้อราแคนดิดา (Candida albicans) ซึ่งเป็นเชื้อรา ส่วนใหญ่พบในกระเพาะปัสสาวะผู้หญิงหรือช่องคลอด นอกจากนี้ยังสามารถช่วยลดการเคลื่อนไหวของลำไส้เล็กทำให้ลดอาการอาเจียน และมีฤทธิ์เป็นสารต้านอนุมูลอิสระอีกด้วย 

ลูกกระวาน : 

นอกจากจะช่วยโรคทางเดินอาหาร ขับลม อาหารไม่ย่อย ช่วยบำรุงธาตุ ทำให้เจริญอาหาร ขับเสมหะ มากไปกว่านั้น ลูกกระวานยังสามารถนำมาสกัดเป็นน้ำมันหอมระเหยโดยกลิ่นที่ได้เป็นเอกลักษณ์โดดเด่น และใช้เป็นส่วนประกอบในตำรับยาไทยแผนโบราณอีกด้วย การบูรหรือcamphor เป็นส่วนประกอบหลักๆของน้ำมันหอมระเหยของลูกกระวาน นอกนั้นก็จะมาสาร ไพนิน (pinene), ลิโมนีน (limonene) และเมอร์ซีน (myrcene) ซึ่งมีสรรพคุณทางยาคือ ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดได้ โดยเฉพาะผู้ป่วยที่เป็นโรคเบาหวาน เพราะน้ำมันหอมระเหยจากลูกกระวานช่วยยับยั้งการดูดกลับน้ำตาลกลูโคส และช่วยเพิ่มการทำงานของอินซูลินให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น อินซูลินช่วยกำจัดน้ำตาลในกระแสเลือด แต่ทำงานได้ไม่ดีนักในผู้ป่วยที่เป็นโรคเบาหวาน ดังนั้นการเพิ่มประสิทธิภาพของอินซูลินจึงเป็นเรื่องจำเป็นในผู้ป่วยที่ไม่ตอบสนองต่อการใช้อินซูลิน ลูกกระวานจึงเป็นสมุนไพรอีกอย่างนึงที่ควรแนะนำแก่คนไข้เบาหวาน ซึ่งเป็นหนึ่งในตัวช่วยในการรักษาโรค น้ำมันหอมระเหยจากเมล็ดกระวานยังช่วยบำรุงเลือด เพิ่มการไหลเวียนเลือดไปเลี้ยงส่วนต่างๆของร่างกายได้ดี นอกจากนี้สาร cineole ที่อยู่ในลูกกระวาน ยังช่วยลดการบีบตัวของลำไส้เล็ก ไม่ให้มีปัญหาในโรคทางเดินอาหาร สารกลุ่มเทอร์ปีน และ diterpene peroxide มีฤทธิ์ยับยั้งเชื้อมาลาเรีย Plasmodium falciparum เป็นต้น 

ทำความรู้จักกระวาน

*รูปชื่อสามัญ: Siam Cardamom 

ชื่อวิทยาศาสตร์: Amomum krevanh Pierre 

ชื่อท้องถิ่นอื่นๆ: Cardamom หรือ Camphor Seed สำหรับคนในภาคตะวันออกเฉียงเหนือจะมีชื่อเรียกที่หลากหลายชื่อ เช่น ข่าโคก, กระวานดำ, กระวานขาว, กระวานแดง, กระวานจันทร์, กระวานโพธิสัตว์ เป็นต้น 

แหล่งกำเนิดของกระวานมาจาก ทางตอนใต้ของประเทศอินเดียและศรีลังกา ในประเทศไทยขึ้นชื่อของการปลูกกระวานคือในจังหวัดจันทบุรีหรือเมืองจันท์ ซึ่งถือเป็นของฝาก ของดีขึ้นชื่อของจังหวัดเลย ด้วยเชื่อว่าตามลักษณะดิน ภูมิศาสตร์ ความชื้น เหมาะสมกับการเจริญเติบโตของต้นกระวานได้เป็นอย่างดี ทำให้กระวานที่ได้มีกลิ่นหอมที่โดดเด่นกว่าภาคอื่นๆในประเทศไทย 

เมนูอาหารที่มีกระวาน ดังไกลไปทั่วโลก

แกงมัสมั่นไก่ ไทยแท้ เมนูสุดฮิตของคนต่างชาติ หอม เข้มข้น

พริกแกงมัสมั่นมีส่วนประกอบดังนี้ 

– เครื่องเทศ 8 ชนิด 

ได้แก่ เครื่องเทศ 8 ชนิด ได้แก่ ลูกจันทร์ ดอกจันทร์ กานพลู ลูกผักชี ยี่หร่า อบเชย พริกไทย ลูกกระวาน

นำเครื่องเทศทั้งหมดไปคั่วให้หอม 

หอมแดงและกระเทียมหั่นเป็นชิ้นเล็กนำไปเจียว 

ใส่เครื่องเทศที่ตำไว้ลงไป จะได้พริกแกงมัสมั่น 

จัดเป็นพริกแกงมี่มีกลิ่นหอมมาก มาจากกลิ่นดอกจันทร์และลูกจันทร์และลูกกระวาน 

เครื่องปรุง 

– ไก่บ้าน – พริกแกงมัสมั่น – กระเทียม – ขิงแก่ – รากผักชี – กะปิ – ลูกกระวาน – ใบกระวาน – ถั่วลิสงป่น – ถั่วลิสงเม็ด

– มันฝรั่ง – หอมใหญ่ 

เครื่องปรุงรส 

– น้ำตาลปึก – เกลือ – น้ำส้มมะขามเปียก ไก่ หอมใหญ่ มันฝรั่ง ขิงแก่ กระเทียม รากผักชี  ตำให้ละเอียด ถั่วลิสง 2 ถ้วย

 ลูกกระวาน ใบกระวาน 

หอมใหญ่นำไปทอดในน้ำมันก่อน ทอดพอผิวสุก เอากระเทียม กะปิ รากผักชีโคลกให้ละเอียด นำไปผัดกับน้ำมันให้หอมเสร็จแล้วใส่พริกแกงมัสมั่นลงไปผัดให้เข้ากัน ได้กลิ่นหอมใส่ถั่วลิสง ผัดให้เข้ากัน แล้วเติมหัวกะทิลงไป   รอให้แกงมัสมั่นเดือด เติมไก่ลงไป ผัดให้เข้ากัน พอไก่สุกเติมหางกะทิที่เหลือลงไปให้หมด รอให้แกงมัสมั่นเดือดอีกครั้ง  เติมใบกระวาน ลูกกระวาน เพื่อให้มีรสชาติและกลิ่นหอมอันเป็นเอกลักษณ์ของแกงมัสมั่น 

เติมถั่วลิสงคั่ว มันฝรั่ง ตามลำดับ 

– ปรุงรสเปรี้ยวด้วย น้ำมะขามเปียก 

– ปรุงรสหวานด้วย น้ำตาลปีป 

– ปรุงรสเค็มให้ปรุงด้วย เกลือ  ไม่ควรใช้น้ำปลาเนื่องจากทำให้เสียรสชาติ

ชิมให้มี สามรสคือ รสเค็ม หวาน เปรี้ยว ไม่เด่นรสใดรสหนึ่งโดด 

Leave a Reply